วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ความร้อนที่ทำให้ไข่เกิดเป็นตัว

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกับเรื่องความร้อน(thermodynamics)กันก่อนว่า ความร้อนคืออะไร?  ตามความเข้าใจกันโดยทั่วไป ความร้อนก็คือพลังงานในรูปแบบหนึ่งที่นำมาใช้ได้หลากหลาย และหนึ่งในจำนวนนั้นก็คือ เราได้นำพลังงานความร้อนมาใช้ในการฟักไข่่
แล้วปริมาณความร้อนมันมากมายขนาดไหน? เขาวัดกันอย่างไร?  ในทางทฤษฎีความร้อนเขาระบุไว้ว่า "น้ำที่มีน้ำหนัก 1 ปอนด์ (lb)เมื่อทำให้อุณหภูมิเปลี่ยนไป 1 องศาฟาเรนไฮท์ (*F)จะมีค่าความร้อนเท่ากับ 1 บีทียู(btu)"  ตามทฤษฎีดังกล่าวจะเห็นได้ว่ามันมีน้ำหนักของมวลสารเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ในหน่วยของความร้อนจึงต้องมีค่าออกมาเป็น บีทียู/ปอนด์ และตามมาด้วยระยะเวลาของการได้รับความร้อน  บีทียู/ชั่วโมง(hr)

ในไข่ 1 ฟอง จึงต้องการความร้อนตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงการออกเป็นตัวในปริมาณที่พอดีกับน้ำหนักไข่ (btu/lb)  แต่เงื่อนไขจะต้องเป็นไปตามเวลา เราจึงไม่สารถที่จะเร่งให้ไข่เจริญเร็วก่ากำหนดได้เพราะต้องมีการควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่สัตว์ปีกฟักไข่จริงๆ  ถ้าเราใช้อุณหภูมิสูงก็จะใช้เวลาน้อยกว่าการใช้อุณหภูมิต่ำ เพื่อให้ได้ปริมาณความร้อนเติมเต็มได้ตามจำนวน  เพราะฉะนั้นถ้าเราใช้อุณหภูมิฟักที่สูงกว่า ระยะเวลาการฟักจะสั้นกว่าและถ้าเราใช้อุณหถูมิฟักที่ต่ำกว่า ระยะเวลาก็จะยาวกว่า ซึ่งตามข้อมูลทางวิชาการให้อยู่ระหว่าง 35-38*C (ที่ดีที่สุด 37.7*C) และผลที่เกิดจากน้ำหนักของไข่ก็คือ ไข่ที่ฟองเล็กกว่าก็จะเติมเต็มปริมาณความร้อนได้เร็วกว่า จึงมีโอกาสที่จะเกิดได้ก่อนไข่ที่มีขนาดและน้ำหักที่มากกว่า

ตามข้อมูลทางวิชาการ ให้ใช้อุณหภูมิที่ใช้ฟักไข่สัตว์ปีกเกือบทุกชนิดที่37.7*Cหรือประมาณ 99.5*F เมื่อใช้อุณหภูมิเท่ากัน ไข่ที่มีขนาดไม่เท่ากันจึงใช้เวลาฟักออกเป็นตัวไม่พร้อมกัน ไข่ที่มีขนาดเล็กกว่าจึงเกิดเป็นตัวได้เร็วกว่า ถ้าไล่กันตามขนาดก็จะได้ประมาณนี้ ครับ
นกกระทา 15 วัน, ไก่ 21 วัน, เป็ด 28 วัน,เป็ดเทศและห่าน 30-35 วัน ,นกกระจอกเทศ 42 วัน และนกอีมู 50-56 วัน (นกกระจอกเทศและนกอีมู ใช้อุณหภูมิฟัก 97.5*F ความชื้น 30-35%RH )

ก็มีข้อสงสัยขึ้นมาอีกว่า ทำไม่ไข่เต่าฟองเล็กนิดเดียวจึงต้องใช้เวลาฟักออกเป็นตัวนานถึง 120 วัน?  ถ้าให้เดาอาจจะเป็นเพราะว่า ไข่เต่าเป็นไข่ประเภทสัตว์เลื้อยคลานซึ่งเป็นคนละประเภทกับสัตว์ปีก และใช้อุณหภูมิฟักที่ 27*C และความชื้น 90%RH ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ต่ำกว่าสัตว์ปีกถึง 10*C ก็น่าจะใช้เวลาที่นานกว่า   ขอจบแบบไม่ต้องสรุป ครับ!

วันอังคารที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2556

ความชื้นในการฟักไข่(Humidity for incubation)

ความชื้นสัมพัทธ์(relative humidity) เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักของการฟักไข่  ถ้าความชื้นต่ำมากเกินไปก็จะทำให้น้ำที่อยู่ในไข่ระเหยออกได้มากจนไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงตัวอ่อน และทำให้เยื่อชั้นในที่กั้นระหว่างตัวออ่นกับเปลือกไข่แห้งตามไปด้วย เป็นผลทำให้ตัวอ่อนตายได้ง่ายหรือติดกับเปลือกไข่จนไม่สามารถออกได้ตามปรกติ และถ้าความชื้นสูงมากเกินไปก็จะเป็นสภาพตรงกันข้าม คือมีส่วนที่เป็นน้ำในไข่มากกว่าปรกติ จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตัวอ่อนตายได่้จากการหายใจเอาส่วนที่เป็นน้ำและแก๊สเข้าไป ถ้าเกิดได้ก็จะอาจจะเกิดก่อนกำหนดและไม่แข็งแรงหรืออาจจะพิการได้ อาการนี้จะสังเกตุได้จากตอนที่ออกจากเปลือกไข่แล้วตัวจะเปียกแฉะ หลังจาก 3 ชั่วโมงแล้วขนก็ไม่ฟูและตายในที่สุด

ตามธรรมชาติที่แม่สัตว์ปีกฟักไข่ เราพบว่าความชื้นในรังไข่เคลื่อนไหวขึ้นลงอยู่ที่ 50-75%RH และตามข้อมูลทางวิชาการที่ทำการวิจัย ได้ออกมาว่าความชื้นสัมพัทธ์ที่ดีที่สุด คือ 60%RH

ตู้ฟักไข่"ตราไก่แจ้" จึงใช้ตัวเลขนี้เป็นตัวอ้างอิง โดยใช้ถาดใส่น้ำที่มีลักษณะเป็นช่องเหมือนตาหมากรุก เพื่อให้ปรับพื้นที่ผิวการระเหยของน้ำให้ควบคุมความชื้นได้ตามต้องการ
                                                           


ตามข้อมูลของสถาบัน WPSA(World's Poultry Science Association) บอกว่าไข่ไก่ที่อยู่ในตู้ฟักเป็นเวลา 21 วันที่ความชื้นพอดี(ประมาณ 60%RH) จะต้องสูญเสียน้ำหน้กไป 12-14%  หมายถึง ถ้าน้ำหนักไข่ไข่ลดลงน้อยกว่า 11 % ก็แสดงว่าความชื้นสูงเกินไป และถ้าน้ำหนักไข่หายไปมากกว่า 15%ก็หมายถึงความชื้นต่ำมากเกินไป จึงจำเป็นที่จะต้องปรับความความชื้นให้ได้ตามความต้องการด้วย

                                                                    
ถ้านำไข่มาส่องดู จะสังเกตเห็นช่องว่างที่เป็นอากาศ(air sack or air pocket)ที่อยู่ทางด้านป้านของไข่ จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆตามจำนวนวันที่อยู่ในตู้ฟัก ซึ่งเกิดจากการระเหยของน้ำในไข่ ทำให้เนื้อในไข่ยุบเหลือน้อยลง 

ตามรูปขนาดที่ถูกต้องของการฟักถึงวันที่ 19 ส่วนที่ว่างที่เป็นช่องอากาศจะมีอยู่ประมาณ 1 ใน 3


***ก็พอสรุปได้ประมาณนี้ ครับ***



วันอังคารที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2556

What is the egg incubator.?

ตู้ฟักไข่คืออะไร?

ตู้ฟักไข่ คืออุปกรณ์ที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อเรียนแบบการฟักไข่ตามธรรมชาติของสัตว์ที่มีไข่ โดยเฉพาะสัตว์ปีกเกือบทุกชนิดจะมีการฟักไข่ และกกไข่จนกว่าจะออกเป็นตัว ส่วนสัตว์เลื้อยคลานส่วนใหญ่ก็จะฝังกลบไว้ใต้ดินตามจุดที่มีอุณหภูมิและความชื้นที่พอดี เมื่อครบกำหนดแล้วก็จะเกิดออกมาเป็นตัว

ก่อนอื่นเราต้องเรียนรู้เรื่องธรรมชาติของการฟักไข่ก่อน  ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะสัตว์ปีกครับ เพราะสัตว์ปีกเกือบทุกชนิดใช้สภาวะของการฟักที่เหมือนกัน คือเมื่อไข่ออกมาจนหมดรังไข่แล้ว ก็จะเริ่มนอนฟักไข่เพื่อปรับอุณหภูมิของไข่ให้คงที่อย่างต่อเนื่อง และมีการกลับไข่เป็นบางครั้ง เพื่อให้ได้รับความร้อนอย่างทั่วถึง เหมื่อนที่เราปิ้งย่างประมาณนั้น และไม่ให้ไข่อยู่นิ่งเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้ไข่แดงและตัวอ่อนในไข่เลื่อนไปเบียดและติดกับเยื่อที่เปลือกไข่ ด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งจะทำให้ตัวอ่อนเกิดได้ยากหรืออาจจะเกิดมาพิการหรือตายได้ 

เมื่อไข่ที่มีเชื้อตัวผู้เกิดปฎิสนธิ ก็จะเริ่มมีชีวิตเกิดขึ้นที่ขอบของไข่แดงโดยเริ่มต้นจากจุดเล็กๆแล้วขยายออกไปเป็นเส้นเลือด โดยใช้เวลาฟักประมาณ 7 วัน เมื่อนำมาใช้แสงสว่างส่องดูก็จะเห็นเป็นจุดและมีเส้นเลือดสีแดงกระจายอยู่รอบๆเหมือนสายฟ้าแลบเวลาฝนตก และจุดสีดำก็จะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆตามวันและเวลาที่ผ่านไป สำหรับไข่ไก่เมื่อฟักไปได้ 18 วัน ถ้าเอามาส่องดูก็จะเห็นเป็นก้อนสีดำทึบอยู่เต็มไข่  นั่นก็คือตัวอ่อนได้เจริญเติบโตเต็มที่แล้ว พร้อมที่จะเจาะเปลือกไข่ออกมาในอีก 3 วัน 

ช่วงที่ลูกไก่ใกล้จะเกิด ถ้าสังเกตุดูจะเห็นว่าแม่ไก่ที่นอนฟักอยู่มักจะยืนบ่อยขึ้น เพราะในตัวอ่อนที่ใกล้เกิดจะมีความร้อนเพิ่มขึ้นจากการดูดซึมไข่แดงเอามาเป็นพลังงาน เพื่อจะได้มีแรงเคลื่อนไหวในการเจาะเปลือกไข่ออกมา แม่ไก่จึงต้องลุกยืนเพื่อให้มีการระบายความร้อนให้ลดลง และเพิ่มการระบายอากาศให้มากขึ้นตามความต้องการของลูกไก่ที่กำลังจะเกิด 

เมื่อลูกไก่เจาะเปลือกไข่ออกมาเป็นตัวแล้ว แม่ไก่ก็ยังต้องกกต่อไปเพื่อให้ตัวแห้งและขนฟูแข็งแรง ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงเป็นอย่าน้อย จากนั้นจึงพาลูกออกจากรัง เป็นอันว่าสิ้นสุดการฟักไข่

เมื่อเราได้ข้อมูลจากการฟักไข่แบบที่แม่ไก่ฟักตามธรรมชาติแล้ว ขั้นต่อไปก็ต้องรู้ถึงสภาวะแวดล้อม ก็คือ อุณหภูมิ,ความชื้น,การระบายอากาศและการกลับไข่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เชื้อในไข่เกิดเป็นตัวและเจริญเติบโตได้ดี ....ถ้าเราจะค้นหาและทดลองด้วยตังเองก็จะต้องมีอุปกรณ์และเครื่องมือวัดที่ค่อนข้างละเอียดระดับห้องแลบ(Lab.) จึงจะได้ค่าที่ถูกต้องและต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก เพือจะรวบรวมและประมวลผลออกมาอย่างถูกต้อง 

วิธีที่สะดวกและรวดเร็วกว่า ก็คือข้อมูลทางวิชาการครับ ...ซึ่งมีข้อมูลทางวิชาการปศุสัตว์ ที่เขาทำวิจัยไว้แล้ว สามารถค้นหาได้จากตำราหรือเวปไซด์ต่างๆ และที่น่าเชื่อถือได้ก็คือเวปไซด์ของกรมปศุสัตว์ เพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสัตว์โดยตรง, ตามข้อมูลทางวิชาการพอสรุปออกมาได้ว่า สภาวะการฟักไข่ของสัตว์ปีกที่เหมาะสมคือ อุณหภูมิ 35-38 องศา C ที่ดีที่สุดคือ 37.7 องศา C, ความชื้นสัมพัทธ์ 50-75 %RH ที่ดีที่สุด 60 %RH, ความเร็วลมการระบายอากาศ 7 ซ.ม./นาที (ช้ามาก) และมีการกลับไข่อย่างน้อย 4-6 ครั้ง/วัน ที่ดีที่สุด 1-2 ชั่วโมง/ครั้ง 

ถ้าสังเกตุให้ดี จะเห็นว่าความเร็วลมจะช้ามาก สัณนิฐานได้ว่าเมื่อแม่ไก่ทำรังเองและนอนกกไข่จะไม่ต้องการให้ไข่ถูกลมโกรก เพราะจะทำให้เปลือกไข่แห้งเข้าไปถึงเยื่อชั้นในของเปลือกไข่ เป็นผลทำให้ตัวอ่อนในไข่แห้งติดกับเยื่อเปลือกไข่ อาจจะออกมาตายหรือพิการได้

เมื่อได้ข้อมูลดังกล่าวครบถ้วนแล้ว เราจึงมาเริ่มทำที่ฟักไข่แบบจำลองเพื่อให้เหมือนของจริงหรือใกล้เคียงธรรมชาติให้มากที่สุด,,,,ที่จริงเราน่าจะเรียกว่ารังฟักไข่ แต่ได้มีผู้คิดค้นทำเป็นตู้ขึ้นมาก่อน ก็เลยเรียกกันว่า"ตู้ฟักไข่" 
                                                                              
                                                                         

ตู้ฟักไข่ ตราไก่แจ้ ได้ผลิตออกมาเพื่อรองรับข้อมูลทางวิชาการปศุสัตว์อย่างครบถ้วน คือ..ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นได้ตามต้องการ, ปรับการระบายอากาศได้ และเลือกโปรแกรมการกลับไข่อัตโนมัติได้ตั้งแต่ 1-96 ครัง ต่อวัน โดยปรับตั้งเพียงครั้งเดียว ก็จะทำงานโดยอัตโนมัติตลอดไป  แม้ไฟฟ้าจะดับก็ไม่ต้องปรับตั้งใหม่......


วันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Incubation & Ventilation

การปรับอากาศในตู้ฟักไข่ อาจจะเทียบเคียงได้กับระบบปรับอากาศ(Air condition & Ventilation)หรือที่เราเรียกกันว่าห้องแอร์ที่ใช้กับคนนี่แหละครับ เพราะใช้หลักการเดียวกัน เพียงแต่ห้องแอร์เราจะปรับอากาศภายในห้องให้เย็นลงตามความต้องการของคน เพื่อให้คนอยู่ได้อย่างสบายที่สุด คือปรับอุณหภูมิให้ได้ที่ 78 ํ F หรือ 25.5 ํ C  ความชื้นสัมพัทธ์ 50% และความเร็วลม 4 ฟุต/นาที ซึ่งเป็นบรรยากาศที่คนจะอยู่ได้อย่างสบายที่สุด ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่านี้ก็จะรู้สึกหนาวและถ้าอุณหภูมิสูงขึ้นไปอีกก็จะรู้สึกร้อน, ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศที่เรารู้สึกสบายก็คืือ 50% ถ้าน้อยกว่านี้ก็จะทำให้ผิวแห้งขาดความชุ่มชื้น และถ้ามากเกินไปก็ทำให้รู้สึกเหนียวตัวเหนอะหนะ ส่วนการระบายอากาศและความเร็วลม ถ้าน้อยเกินไปก็จะทำให้รู้สึกอึดอัด และถ้ามากเกินไปจนทำให้กระดาษบนโต๊ะทำงานปลิวลมได้ก็จะทำให้เรารู้สึกหงุดหงิดได้เหมือนกัน

ในตู้ฟักไข่ก็เช่นเดียวกันครับ เราต้องการจะปรับอากาศภายในตู้ให้ร้อนกว่าภายนอก ตามความต้องการของไข่ที่เรียนแบบมาจากการฟักไข่ตามธรรมชาติ คือให้ได้อุณหภูมิที่ 37.7 ํ C ความชื้นสัมพัทธ์ 60% และมีการระบายอากาศที่ความเร็วลมประมาณ1 ฟุต/นาที และต้องมีการกลับไข่เพื่อไม่ให้ไข่อยู่นิ่งเป็นเวลานานๆ ซึ่งจะทำให้ไข่แดงหรือตัวอ่อนในไข่ลอยไปติดเปลือกไข่ทำให้เกิดได้ยาก  ที่อุณหภูมิ 37 ํC ตามความรู้สึกแล้วเราไม่รู้สึกว่าร้อน แต่จะรู้สึกว่าอุ่นแบบสัมผัสได้ เพราะเป็นอุณหภูมิระดับน้ำอุนที่ใช้อาบให้เด็กอ่อน(baby warm) ซึ่งเหมาะสมที่จะทำให้ตัวอ่อนในไข่เจริญเติบโตได้ดี

สำหรับความชื้นในตู้ฟักไข่ จะสัมพันธ์อยู่กับการระบายอากาศด้วย ถ้าความเร็วลมสูงก็จะพาความชื้นออกไปมากทำให้ตวามชื้นต่ำ จึงมีผลทำให้เปลือกไข่แห้งเข้าไปถึงเยื่อหุ้มไข่ชั้นในทำให้ตัวอ่อนติดอยู่กับเยื่อเปลือกไข่ไม่สามารถเจาะเปลือกไข่ออกมาได้ และถ้าการระบายอากาศน้อยเกินไป ความชื้นก็จะขึ้นสูงเกินไป มีผลทำให้ตัวอ่อนเกิดก่อนกำหนดเวลาและไม่แข็งแรง รวมทั้งอ๊อกซิเจน(oxygen)ในอากาศไม่เพียงพอก็ทำให้ตัวอ่อนตายหรือพิการได้, ปริมาณอ๊อกซิเจนในอากาศจะต้องมีไม่น้อยกว่า 21% ถ้าต่ำกว่านี้สิ่งที่มีชีวิตจะอยู่ไม่ได้ตามปรกติ, ถ้าดูจากอาการของคนคือ ถ้าอ๊อกซิเจนในอาการเหลือ 18% เราจะรู้สึกเวียนหัว ถ้าเหลือ 15% จะมีอาการหน้ามืดเป็นลม และถ้าเหลือน้อยกว่า 8 %ก็จะหมดสติทันที

ตู้ฟักไข่ตราไก่แจ้ เป็นตู้ฟักไข่ที่ออกแบบมาให้ใกล้เคียงการฟักไข่ตามธรรมชาติมากที่สุด คือ มีการกลับไข่, การควบคุมอุณหภูมิฟักและเกิด, ควบคุมความชื้นและการระบายอากาศได้ และเป็นระบบที่ประหยัดพลังงานได้มากกว่าตู้ฟักไข่ทั่วๆไป 
จากการออกแบบตามหลักการเคลื่อนที่ของความร้อน ในทาง Thermodynamics โดยให้จุดกำเหนิดความร้อนอยู่ที่จุดต่ำที่สุดภายในตู้ และลอยตัวขึ้นในแนวดิ่ง เหมือนลักษณะของเตาผิง,ปล่องควัน หรือเตาเผาถ่าน
อากาศที่ร้อนกว่าจะเบากว่าและลอยตัวขึ้นสู่ด้านบน ทำให้อากาศที่เย็นกว่าและมีน้ำหนักมากกว่าไหลเข้าไปแทนที่ จนเกิดการไหลของอากาศและความร้อนควบคู่กัน 

ข้อมูลทางวิชาการปศุสัตว์ กำหนดให้ใช้อุณหภูมิการฟักไข่สัตว์ปีกทุกชนิด ที่ 35-38.C ความชื้นสัมพัทธ์ 50-75% และมีการระบายอากาศที่ดีเพียงพอ(ความเร็วลม 1-4 ฟุต/นาที โดยไม่ให้ลมโกรกถูกไข่โดยตรง)และต้องมีการกลับไข่อย่างสม่ำเสมอ(อย่างน้อย 3 ครั้ง/วัน สูงสุด 96 ครั้ง/วัน) ผลการฟักออกมาจะได้เป็นเปอร์เซ็นสูงสุด ลูกสัตว์ปีกที่ออกมาจะแข็งแรงและสมบูรณ์

ตู้ฟักไข่ ตราไก่แจ้ ได้ออกแบบและผลิตออกมาเพื่อรองรับและตอบสนองข้อมูลทางวิชาการการอย่างครบถ้วน คือ ควบคุมอุณหภูมิได้, เลือกโปรแกรมการกลับไข่ได้ ตั้งแต่ 1-96 ครั้ง/วัน,ปรับการระบายอากาศและความชื้นได้ตามควมต้องการของผู้ใช้งาน

ถ้าปฎิบัติได้ถูกต้อง ตามคู่มือการใช้และข้อมูลทางวิชาการของกรมปศุสัตว์ ก็จะให้ผลการฟักไข่ออกมาได้ดีที่สุดและได้เป็นเปอร์เซ็นต์สูงสุด


                              รุ่น 360 ฟอง+ถาดเกิด 120 ฟอง
 ควบคุมอุณหภูมิแบบ Digital  โปรแกรมการกลับไข่ แบบ Analog 24 hrs. มีระบบ Temp.Balancer (ปรับสมดุลย์อุณหภูมิด้านบนกับด้านล่างให้เท่ากันหรือต่างกันได้) มีไฟส่องดูเชื้อในไข่ติดตั้งอยู่ในตู้
                                               ราคา 9,500 บาท
                         รุ่น 90 ฟอง กลับไข่อัตโนมัต+มือกล
กลับไข่อัตโนมัต 2 ถาด 60 ฟองและกลับไข่ด้วยมือกล 1 ถาด 42 ฟอง
และใช้เป็นถาดเกิดได้ด้วย, มี Temp.Balancer และไฟส่องดูเชื้อไข่
                                                ราคา 5,000 บาท   
                     รุ่น 60 ฟอง กลับไข่อัตโนมัตื 2 ถาด*30 ฟอง 
             ควบคุมอุณหภูมิด้วย Thermostut แบบอีเลคโทรนิคส์ 
                                                   ราคา 4,100 บาท
                            รุ่นเล็กสุด 42 ฟอง กลับไข่อัตโนมัติ 
                                               ราคา 3,200 บาท

     รุ่น 60 และ 42 ฟอง สั่งเพิ่มถาดเกิดชั้นล่างได้อีก 25 ฟอง โดย
เพิ่มเงินอีก 200 บาท
      ค่าจัดส่ง แบบ Logis Post ทั่วประเทศ...  รุ่น 360 ฟอง 500 บาท,
รุ่น 90 ฟอง 300 บาท, รุ่น 60 และ 42 ฟอง 250 บาท 

      สั่งจอง โดยโอนเข้าบัญชี  ธ.กรุงศรีอยุธยา, สาขา ค่ายบางระจัน
บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 187-1-23761-8 ชื่อบัญชี สำรวย เขียวสวาด

   โทร.080-1092700                      toofugkai@hotmail.com 
www.toofugkai.blogspot.com        www.facebook.com/toofugkai 
                                                  
                                                                            

วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2555

รุ่น 360 ฟอง

รุ่น 360 ฟอง กลับไข่อัตโนมัติ, ควบคุมอุณหภูมิระบบดิจิตอล 5 ฟังชั่น,มีตัวปรับเพิ่ม-ลดอุณหภูมิ(Temp.Balancer)ด้านบนและ
ด้านล่างให้เท่ากันและแตกต่างกันได้, มีไฟส่องดูเชื้อในไข่ติดตั้ง
ภายในตู้ และมีถาดเกิดชั้นล่าง
  ราคาแบ่งปันแบบพอเพียง และสะท้อนสะท้อนต้นทุน
10,500 บาท ค่าจัดส่งทั่วประเทศ 500 บาท..ครับ


เลขที่บัญชี.....

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขา ค่ายบางระจัน

บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 187-1-23761-8

ชื่อบัญชี สำรวย เขียวสวาด

    เมื่อโอนเงินแล้ว โปรดโทรแจ้งการโอน และรายละเอียด ชื่อ,เบอร์โทร และรายการที่สั่งจอง ที่หมายเลขโทรศัพท์ ...
080-1092700 เพื่อเก็บข้อมูลรอการส่ง เมื่องานเสร็จ
ืื

วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ราคาตู้ฟักไข่
รุ่น 42 ฟองดิจิตอล กลับไข่อัตโนมัติ  4,300 บาท
รุ่น 60 ฟองดิจิตอล กลับไข่อัตโนมัติ  5,300 บาท
รุ่น 90 ฟองดิจิตอล กลับไข่อัตโนมัติ+มือกล 6,400 บาท

ค่าจัดส่งทั่วประเทศ
รุ่น 42 และ 60 ฟอง  250 บาท
รุ่น 90 ฟอง 300 บาท


รุ่น 360 ฟอง ดิจิตอล ราคา 10,500 บาท
ค่าจัดส่ง 500 บาท ทั่วประเทศ





รุ่น 42 ฟอง และ 60 ฟอง เพิ่มถาดเกิดชั้นล่างได้อีก 25 ฟอง โดยเพิ่มเงินอีก 200 บาท

สั่งจองโดยโอนเงินเข้าบัญชี 1,000 บาท ใช้เวลา 7 วัน เมื่องานเสร็จจึงโอนส่วนที่เหลือพร้อมค่าจัดส่งครบแล้วก็พร้อมส่งได้ทันที

ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา  สาขา ค่ายบางระจัน
บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 187-1-23761-8
ชื่อบัญชี นายสำรวย เขียวสวาด